top of page
ค้นหา

มันไม่ฉลาดเลยที่จะคิดว่า ความสำเร็จที่เราเคยมี จะจีรังยั่งยืนตลอดไป

อัปเดตเมื่อ 7 วันที่ผ่านมา

ree

คนส่วนใหญ่ตกหลุมพรางความคิดนี้

เอาแต่นั่งกอดความสำเร็จในอดีต


ใน 3 ปีที่ผ่านมา

บริษัทใหญ่ ๆ หลายที่ต้องปิดกิจการไป

ขาดทุนเป็นหลัก ร้อยล้าน พันล้าน

และ ปลดพนักงานออกร่วมหมื่นคน


อย่างโรงงานเหล็กกรุงเทพฯ (BISW)

ที่เปิดบริษัทมาแล้วกว่า 59 ปี

แต่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น

ขาดทุนติดต่อกัน เป็นหลัก 100 ล้าน

ทำให้ต้องปิดกิจการไป


ร้านไอศกรีม Baskin Robbins

ก็ต้องปิดสาขาทั้งหมด

กว่า 34 สาขาทั่วประเทศ

ที่เปิดมานานกว่า 27 ปี


หรือ HotPot ที่เคยรายได้ 2,000 ล้าน 

สาขาไปทั่วประเทศเกือบ 200 แห่ง 

ก่อนปิดตัวลงขาดทุนสะสมกว่า 900 ล้าน


หรือแม้แต่ธนาคารกสิกรไทย

ที่ล่าสุด ไม่ได้ขาดทุน

แต่มีกำไรเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ

ที่พยายามหาทางดัน

ให้พนักงานออกทุกวิถีทาง


เศรษฐกิจทุกวันนี้

กำลังเกิดอะไรขึ้น...

ลองอ่านจนจบ

แล้วคุณจะได้คำตอบ

และวิธีเตรียมตัวรับมือ

กับภาวะเศรษฐกิจนี้


ถ้าย้อนไปแต่ก่อน

ใครจะไปคิดว่า

โทรศัพท์บ้านที่เราใช้มาเป็นสิบ ๆ ปี

วันหนึ่ง มันจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป

หรือตอนนี้ ที่คนใช้ Google เป็นแล้ว

สมุดหน้าเหลืองก็แทบไม่จำเป็นอีก


คนที่คิดว่า Netflix นั้นยิ่งใหญ่

และจะยังคงอยู่ได้เรื่อย ๆ

อาจจะไม่เคยเห็นว่า

ร้านเช่าหนังสมัยก่อน

เคยยิ่งใหญ่ขนาดไหน

ขับรถไปทางไหนก็เจอ


บริษัทที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้

ก็เป็นเพียงอีกบริษัทหนึ่ง

ที่ยืนอยู่ท่ามกลางสภาวะอากาศ

ที่อาจจะมีพายุเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้


อาจจะมีเจ้าอื่นที่ใหญ่กว่าเข้ามา

หรือเจอภาวะเศรษฐกิจ

ที่ทำให้การรันธุรกิจต้องเปลี่ยนไป


ไม่มีอะไรมาการันตีความแข็งแกร่ง

ของแต่ละธุรกิจได้เลย


มันไม่ฉลาดเลย

ที่จะคิดว่ากิจการที่ขายดี

ก็จะขายดีอยู่เรื่อย ๆ

หรือ ผู้บริหาร

จะยังจ้างงานเราอยู่เรื่อย ๆ


คนส่วนใหญ่ไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์

ที่มีวันสร้าง วันสำเร็จ และ วันที่ล่มสลาย

เพราะความเขลา หรือ Ego ของตัวเอง


อย่างในโลกตะวันตก อาณาจักรโรมัน

และ อาณาจักรของอังกฤษ เคยยิ่งใหญ่มาก

ปกครองประเทศตั้งแต่ยุโรป

แอฟริกา ไปจนถึงอัฟกานิสถาน

หรือจะเป็นในไทย

อย่างอาณาจักรสุโขทัย

อาณาจักรอยุธยา

ที่วันหนึ่งก็ต้องล่มสลายไป


ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

เราก็คงไม่คิดว่าประเทศเล็ก ๆ

อย่างประเทศเกาหลีใต้

จะสามารถพัฒนาจนแซงหน้าเราไปได้

แต่ติน่าก็ไม่ได้บอกให้เรา

ไปเปรียบเทียบกับใคร

หรือพยายามจะเอาชนะใคร 


ประเด็น คือ ถ้าเราเอาแต่ทำสิ่งเดิม ๆ

แล้วคิดว่าเราจะมั่นคง ปลอดภัย

ถ้าเราไม่ทำอะไรซักอย่าง

เพื่อ (อย่างน้อย) ได้ป้องกัน

ไม่ให้ความล้มเหลวเกิดขึ้น

เราก็จะเหมือนคนที่แต่งงานใหม่ 5 รอบ

แล้วคิดว่ารอบต่อไป มันจะไม่เหมือนเดิม


การคิดว่าความสำเร็จของเรานั้นคงทน ถาวร

การอยู่เฉย ๆ ไม่ต่างอะไรกับการเดินถอยหลัง

เพราะโลกหมุนไปข้างหน้าเสมอ


ถ้าใครกำลังทำงานประจำอยู่

เราอาจคิดว่างานของเราในวันนี้

มั่นคง ปลอดภัย

แต่ขนาดงานธนาคาร

ที่คนสมัยก่อนมองว่า

เป็นงานที่มั่นคง ปลอดภัย

ใครจะไปรู้ว่าวันนึง บริษัทนั้น

ก็อาจจะไม่ต้องการเราแล้วก็ได้


ถ้าใครเป็นเจ้าของกิจการ

เราอาจจะมีฐานลูกค้าประจำ

หรือ มีลูกค้าเก่า ที่มี Loyalty

ซื่อสัตย์ต่อแบรนด์อยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี

แต่เราก็ควรจะคิดมาก (หน่อย ๆ)

และ พยายามพัฒนาไม่ให้ตัวเอง

ตกเทรนด์ให้ได้


ทำให้ธุรกิจของเราเป็นที่น่าสนใจ

เป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาล ให้ความบันเทิง

หรืออะไรก็ได้ ให้ลูกค้าเห็นว่า

ธุรกิจของเรา เป็น “ปัจจุบัน” อยู่ตลอด

และเพื่อให้เราได้ลูกค้าใหม่เข้ามาด้วย


สตีฟ จ็อบส์ สร้างธุรกิจที่สำเร็จระดับโลก

ด้วยสินค้าที่ทำกำไรอย่างมาก

และ เป็นตำนาน อย่าง iPod

แต่สตีฟ จ็อบส์ ก็ทำลาย iPod

ด้วยตัวของเขาเอง

ทำให้ iPod นั้นเจ๊งไปด้วยตัวเอง


ตอนที่ iPod กำลังเป็นที่นิยม

เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า

ไม่ว่ายังไง ในอีกไม่นาน

ก็จะมีคนเข้ามา แล้วคิดได้ว่า

จริง ๆ iPod สามารถทำเป็นโทรศัพท์ได้ด้วย

เราสามารถฟังเพลงผ่านโทรศัพท์ได้

และนี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้ iPod เจ๊ง


แต่แทนที่เขาจะรอให้คนอื่น

มาทำลายธุรกิจของตัวเอง

เขาตัดสินใจที่จะทำลายมันด้วยตัวเอง

ก่อนที่คนนอกจะเข้ามา

แล้วแทนที่ iPod ด้วย iPhone

เพื่อที่เขาจะได้ครองตลาดใหม่ด้วย


หรือบริษัทที่ยิ่งใหญ่อย่าง Disney

ที่มีทั้งหนังการ์ตูน สวนสนุก

และ ของเล่นต่าง ๆ

ที่อยู่มาแล้วกว่า 100 ปี

ทำไม Disney ถึงต้องเสียเงินเป็นหมื่นล้าน

เพื่อซื้อ Marvel มาครอบครอง

แล้วรื้อสิ่งก่อสร้างเก่า ๆ

ตัวการ์ตูนเก่า ๆ ออกทั้งหมด

เพื่อแทนที่ด้วยตัวการ์ตูนใหม่ที่ซื้อเข้ามา

เพราะ Disney ทนไม่ได้

ที่จะอยู่เฉย ๆ แม้แต่วันเดียว!


แล้วสิ่งเหล่านี้หมายความว่าอะไร

มีความหมายอะไรต่อชีวิตของคุณ?​


มันไม่ฉลาดเลยที่จะหยุดเติบโต

หยุดพัฒนา หรือ หยุดสังเกตสิ่งรอบข้าง

ว่าตอนนี้โลกนั้นไปถึงไหนแล้ว

เพราะถ้าคน 2 คน

ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

ธุรกิจประเภทเดียวกัน ขายของคล้ายกัน

สามารถเข้าถึงข้อมูลใหม่ ๆ ได้เหมือนกัน


ถ้าคนใดคนหนึ่ง รู้จักปรับตัวได้ดีกว่า

คน ๆ นั้น จะขึ้นไปถึงจุดสูงสุด

แล้วทิ้งอีกคนไว้ข้างหลัง

จนแทบไม่เห็นฝุ่นเลย


ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของกิจการ

หรือพนักงานประจำ

ติน่าขอเป็นกำลังใจให้คุณ

หมั่นหาความรู้ พัฒนาตัวเองอยู่ตลอด


เตรียมแผนสำรองให้กับอนาคตตัวเอง

เผื่อมีเหตุฉุกเฉินที่กระทบกับการเงิน

หรือความมั่นคงในชีวิตคุณ

คุณจะได้เตรียมตัวรับมือได้ทัน

เพราะในวันที่เราไม่มีอะไรเลย

ความรู้ (ที่ทันสมัย)

คือ ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดค่ะ


รัก


ติน่าเอง

 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ความ "ล้มเหลว" หรือความยากจน ก็เหมือนโรคติดต่อ

คนทั่วไปหวังว่า ตัวเองจะได้เกษียณตอนอายุ 55 งานวิจัยหนึ่งในอเมริกาเผยว่า คนส่วนใหญ่ยังต้องทำงานจนถึงอายุ 74 ในขณะที่อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 72...

 
 
bottom of page