top of page
ค้นหา

“กำไรพุ่ง แต่ปลดคนเป็นหมื่น” สัญญาณที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

อัปเดตเมื่อ 22 ต.ค. 2568

บางคนอาจคิดว่าติน่าพูดเกินจริง...

แต่ข่าวนี้คือคำยืนยันว่า

โลกมันเปลี่ยน “เร็วเกินกว่าจะรอ”


ไม่กี่วันก่อน ติน่าเพิ่งเล่าเรื่องหลาน ป.4 

ที่ใช้ AI ทำโปสเตอร์ขายขนมให้ฟัง


ติน่ารู้เลยว่า เด็กยุคนี้ 

ถ้าได้ใช้เครื่องมือดี ๆ ตั้งแต่เนิ่น ๆ

เขาจะโตไปเป็น “ผู้นำ” 

โดยไม่ต้องรอระบบไหนมาปูทางให้เลย


แต่วันนี้…ข่าวใหญ่จากฝั่งยุโรป

ก็ทำให้ใจหายอีกครั้ง

Nestlé ปลดพนักงาน 16,000 คน

ทั้ง ๆ ที่ยอดขาย “พุ่ง”


CEO บอกชัดว่า

“โลกเปลี่ยนเร็วมาก และเราต้องเปลี่ยนให้เร็วกว่านั้น”

ไม่ใช่เพราะบริษัทเจ๊ง

ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจแย่


แต่เพราะ… คนจำนวนมาก 

❌ ไม่รู้จักใช้เครื่องทุ่นแรง (leverage)

❌ ไม่มีทักษะใหม่

❌ ไม่มีระบบใหม่ที่ทำให้ตัวเองอยู่รอดได้

ในโลกที่เปลี่ยนเร็วขนาดนี้


นี่คือโลกปี 2025

ที่แม้แต่บริษัทระดับโลกยังไม่รอใคร


ไม่ใช่แค่ตัวเราที่ต้องปรับตัว 

ลูกของเราก็ต้อง “โตทันโลก” 

ไม่ใช่โตตามระบบเดิม


เรารอให้โรงเรียน ระบบ 

หรือใครมาสอนลูกเราไม่ได้แล้ว


สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าการไม่รู้

คือการคิดว่า… 

เดี๋ยวค่อยเรียน เดี๋ยวค่อยเริ่ม

เดี๋ยวเขาน่าจะสอนเอง


เพราะถ้าเรารอ...

เด็กจะโตไปในโลกที่เขาไม่เข้าใจ

โตไปกับเครื่องมือที่เขาใช้ไม่เป็น

และอาจถูก AI ขับเคลื่อนโลกใบนี้ 

โดยที่เขาไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรเลย


ติน่าไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพราะกลัว

แต่เพราะมันคือ “โอกาส”

ที่เรายังคว้าไว้ได้ทัน


ลูกของเรายังมีเวลา

ถ้าเราเริ่มจากวันนี้

เริ่มจากแค่วันละนิด 


ให้เขาได้ลองใช้ AI สร้างสิ่งง่าย ๆ 

ไม่จำเป็นต้องเรียนเขียนโค้ดยาก ๆ

ไม่ต้องจำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะในทันทีก็ได้ 

แค่ได้ “เริ่ม” ก็ชนะไปครึ่งทางแล้ว


เพราะโลกต่อจากนี้

ไม่ได้ต้องการแค่คนที่รู้มาก

แต่ต้องการคนที่รู้จักและ “ใช้เครื่องมือ” เป็น


และถ้าเราปูพื้นให้เขาได้ตั้งแต่วันนี้

ไม่ว่าข้างหน้าจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน 

ลูกของคุณก็จะ “พร้อมกว่าใคร” เสมอ


แล้วต้องเริ่มยังไง? 

ไม่ต้องยากเลยค่ะ

ติน่าแนะนำ 3 ขั้นตอนนี้


  1. ให้ลูกได้รู้จัก AI ในแบบสนุก  

ใช้เครื่องมือง่าย ๆ อย่าง ChatGPT

หรือ DALL·E ให้เขาลองเล่น

ลองสร้างผลงานที่เขาสนใจ

เช่น แต่งเรื่อง วาดภาพ ออกแบบโปสเตอร์


  1. เน้นฝึกคิด ไม่ใช่แค่กดปุ่ม  

ถามลูกว่า “ทำไมถึงสร้างแบบนี้”

“จะปรับอะไรเพิ่มอีก”

เพื่อให้เขาค่อย ๆ คิดเป็นระบบ

และไม่ใช้ AI แบบงง ๆ


  1. ทำให้เป็นกิจวัตรเล็ก ๆ ในทุกวัน  

วันละ 5–10 นาที ไม่ต้องเยอะ

แต่ “สม่ำเสมอ”  

เหมือนปลูกต้นไม้ ปลูกวันนี้

ออกดอกวันหน้า


ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะเริ่มยังไงให้ถูกทาง

หรืออยากให้ลูกได้ฝึกแบบมีโครงสร้าง

ติน่ากำลังเตรียมบางอย่างไว้ให้คุณแล้ว

เร็ว ๆ นี้ค่ะ รอติดตามได้เลย


รัก


ติน่าเอง



 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ธุรกิจจำนวนมาก ไม่ได้ติดเพราะมีปัญหาใหญ่ แต่ติดอยู่กับ “โครงสร้างเดิม” ที่เกิดซ้ำทุกสัปดาห์

ต้นสัปดาห์  เจ้าของเริ่มคิดใหม่  ปรับใหม่ ตั้งใจใหม่ กลางสัปดาห์  ลงมือทำ ทำตามสิ่งที่วางไว้  พยายามทำให้ครบ ปลายสัปดาห์  รอดูผล  บางครั้งก็ดี  บางครั้งก็เงียบ  แล้วก็ไม่แน่ใจว่า ควรอะไรทำให้ต่างกัน ส

 
 
คนที่ทำธุรกิจมาสักพัก มักคิดเหมือนกันว่า ถ้าเรียนรู้เพิ่มอีกนิด ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น

ความเชื่อนี้ดูสมเหตุสมผล เพราะในช่วงแรก การเรียนรู้มักช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นจริง แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายคนเริ่มสังเกตว่า ต่อให้เรียนคอร์สเพิ่ม เปลี่ยนเครื่องมือ เปลี่ยนวิธีคิด ผลลัพธ์ก็ยังขึ้น ๆ ลง ๆ เ

 
 
ถ้าคุณมีช่วงที่ขายได้ แล้วก็กลับมาเงียบอีกครั้ง

ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้หยุดลงมือทำ ปัญหานั้นอาจไม่เกี่ยวกับความพยายาม ธุรกิจจำนวนมาก ไม่ได้ติดเพราะเจ้าของไม่เก่ง หรือไม่เข้าใจการตลาด ตรงกันข้าม เจ้าของส่วนใหญ่รู้ว่าควรทำอะไร รู้ว่าควรโพสต์แบบไหน รู้ว่าค

 
 
bottom of page